decoration decoration decoration
decoration
leaf leaf leaf leaf leaf
decoration decoration

อาการต่างๆ ของโรคเบาหวานที่คุณควรรู้

โรคเบาหวานเกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดน้ำตาลออกจากกระแสเลือดได้อย่างปกติ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายจะต้องนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปเปลี่ยนพลังงานเพื่อนำไปใช้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้จึงทำให้ในกระแสเลือดมีระดับน้ำตาลเป็นปริมาณมาก เมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจึงทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวาน สำหรับสาเหตุที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถขจัดน้ำตาลออกจากกระแสเลือดหรือนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้นั้นได้นั้นจะเกิดจากสาเหตุที่พอจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

5.อาการเบาหวาน1

  1. ตับอ่อนเสื่อมสภาพ

ตับอ่อนมีหน้าที่ในการผลิตอินซูลิน เมื่อตับอ่อนเกิดเสื่อมสภาพจึงทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตอินซูลินลดน้อยลง โดยอินซูลินจะมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลไปยังเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน เมื่อตับอ่อนเสื่อมสภาพไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาหรือผลิตออกมาได้น้อย จึงทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดมีมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นโรคเบาหวานตามมา สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตับอ่อนเสื่อมสภาพนั้นโดยมากแล้วจะได้แก่

 

– เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายก็มักจะเริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา รวมถึงตับอ่อนด้วย เราจึงมักพบว่าผู้สูงอายุจะเกิดเป็นโรคเบาหวานมากกว่าเด็กๆ หรือผู้มีอายุน้อย แต่ในเด็กหรือผู้มีอายุน้อยก็สามารถพบโรคเบาหวานได้ด้วยเช่นกัน

– เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นประจำ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะส่งผลให้ตับอ่อนเสื่อมสภาพและทำงานผิดปกติ

– เกิดจากโรคตับอักเสบ ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตับเสื่อมสภาพและไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เหมือนปกติ

 

  1. ไขมันในร่างกาย

เกิดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในคนอ้วน จึงทำให้อินซูลินภายในร่างกายทำงานผิดปกติ หรือที่เรียกว่าเกิดการดื้ออินซูลิน

 

  1. การใช้ยาบางชนิด

ยาบางชนิดเป็นประจำก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ตับสร้างน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น เช่น ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น

 

5.อาการเบาหวาน2

ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

เมื่อทราบสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานแล้ว ลองมาดูกันดีกว่าว่าใครกันบ้างที่เสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวาน

 

  1. ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน
  2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
  3. ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  4. ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย

 

อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

สำหรับอาการเบาหวานพอจะสรุปได้มีดังต่อไปนี้

 

  1. เข้าห้องน้ำบ่อย เพราะผู้ป่วยจะมีความรู้สึกปวดปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา เกิดจากร่างกายขับน้ำตาลออกมาทาง ปัสสาวะ รวมทั้งถ้าปัสสาวะทิ้งไว้อาจจะมีมดขึ้นปัสสาวะของคุณได้
  2. กระหายน้ำอยู่ตลอดเวลา เพราะปัสสาวะบ่อยร่างกายจึงขาดน้ำ ทำให้เรารู้สึกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลา

5.อาการเบาหวาน3

  1. มีอาการอ่อนเพลียเหมือนไม่มีแรง เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงรู้สึกอ่อนเพลีย
  2. มีอาการคันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากเกิดการติดเชื้อราที่ผิวหนัง
  3. สำหรับผู้หญิงจะมีตกขาวมากกว่าปกติ และเกิดอาการคันที่บริเวณช่องคลอด เนื่องมาจากสาเหตุของการติดเชื้อราเช่นเดียวกัน
  4. หงุดหงิดง่าย เนื่องจากระบบภายในของร่างกายผิดปกติ มีผลต่ออารมณ์ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะมีอาการหงุดหงิด โมโห และฉุนเฉียวได้ง่าย
  5. หิวบ่อยทานจุ แต่น้ำหนักตัวลดลง
  6. แผลหายช้า นอกจากนี้มักมีฝีขึ้นบ่อยๆ และหายช้าด้วยเช่นกัน

9. ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เกิดจากเมื่อร่างกายของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นและบ่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะมีผลทำให้บริเวณปลายของหลอดเลือดเกิดตีบตันทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงได้ 5.อาการเบาหวาน4

อย่างเต็มที่ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการชาตามปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า นอกจากนี้ถ้าเกิดเป็นแผลจะหายยากและมักลุกลามโดยเฉพาะแผลที่บริเวณปลายเท้า ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังและรักษาความสะอาดเท้าอยู่เสมอ เมื่อเกิดแผลที่เท้าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน

10 . ตามัว มองได้ไม่ชัดเจน เกิดจากสาเหตุเบาหวานขึ้นตา ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะเกิดมีน้ำลักษณะเหนียวไหลออกมาจากบริเวณดวงตาได้ หรือที่เรียกกันว่าเบาหวานขึ้นตา

วิธีปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

ถ้าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้นั้น การปฏิบัติตัวของเราในชีวิตประจำวันก็สามารถลดความเสี่ยงและโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน โดยสำหรับใครที่รู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่อาจมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานควรปฏิบัติตัวต่างๆ ดังนี้

 

  1. ทานอาหารที่มีประโยชน์โดยให้เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น แต่ควรเลือกรับประทานเฉพาะผลไม้ที่มีกากใยสูงหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสชาติหวานๆ รวมทั้งควรบริโภคอาหารประเภทแป้งให้น้อยลงแต่ให้หันมาทานเป็นแป้งที่ได้จากธัญพืชแทน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น
  2. เลือกทานอาหารให้ครบหลักโภชนาการ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน
  3. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอดของมัน และการรับประทานขนมหวานเป็นประจำ นอกจากนี้แล้วเวลาเลือกรับประทานอาหารควรสังเกตที่สลากโดยให้เลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลให้น้อยที่สุด
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยให้ได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที และควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายให้สมกับวัย การออกกำลังกายจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ แข็งแรง ช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด และมีอารมณ์ดี
  5. ถ้ารู้สึกว่าตัวเองกำลังอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินกว่าปกติ ให้พยายามควบคุมน้ำหนักอย่าปล่อยให้อ้วน เพราะความอ้วนก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน
  6. รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้รอบตัว
  7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ภายในร่างกายได้อย่างเต็มที่ หรือควรนอนอย่างน้อยให้ได้ 6-8 ชั่วโมง
  8. ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียงกับความต้องการของร่างกาย หรือประมาณ 7-8 แก้วต่อวัน

 

ถ้ารู้สึกตัวว่าเรามีอาการต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานควรทำการตรวจเลือดเพื่อหาค่าระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ทุกปี เพื่อให้ถ้าเกิดมีเป็นโรคเบาหวานขึ้นมาจะได้ทราบตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ผลการรักษาเป็นไปได้ด้วยดี และถ้าเรายังไม่มีอาการต่างๆ อย่างที่กล่าวไว้แต่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดโรคเบาหวานก็ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่างๆ ข้างต้น หรือปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำในการปฏิบัติตัว เพื่อให้เรามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและห่างไกลจากการเกิดโรคเบาหวาน

 

 

LEAVE A REPLY

loading
×